รีวิวไม้กอล์ฟ

เปรียบเทียบคุณภาพและเปรียบเทียบราคา

รีวิวไม้กอล์ฟ

รีวิวไม้กอล์ฟ TaylorMade M2 2017 Irons

投稿日:15/09/2017 更新日:

GolfBank Tokyo

รีวิวไม้กอล์ฟชุดเหล็ก TaylorMade M2 2017

– เหล็ก TaylorMade M2 ค่อนข้างได้กระแสตอบรับที่ดีเมื่อตอนเปิดตัวแรกๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งลูกลอยขึ้นสูงที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดระยะและมุมชัน (steep angle) มากที่สุด
– ความสูงจากเหล็กนี้เป็นที่ต้องการอย่างดีในตลาด จนในปี 2017 นี้ เหล็ก 2017 M2 irons TaylorMade นี้ ก็ยังคงความเด่นดังของมันอยู่ โดยผสานเข้ากับเทคโนโลยี face slots ที่เคยถูกใช้ครั้งแรกกับเหล็ก RSI irons เมื่อสองสามปีก่อนด้วย
    อย่างไรก็ตาม จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงมาถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับเหล็ก 2017 M2 ซึ่งไม่ได้เกินลิมิตของกฎกอล์ฟ ดังนั้น ความเร็วจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเหล็กนี้ เทคโนโลยี face slot ช่วยทำให้เกิดคุณสมบัติของหน้าไม้ และลดโอกาสในการสูญเสียความเร็วของลูกในกรณีตีไม่ถูกจุดศูนย์กลาง แต่จะต้องมีการเสริมที่ตอนปลายของ slot และ cutaway ด้านล่าง เล็กน้อย

    ดังนั้น การลดจุดศูนย์ถ่วง (CG) ให้ต่ำลงในตำแหน่งใดๆนั้น จะทำให้ TaylorMade กระจายน้ำหนักเพื่อใส่เทคโนโลยี face slot กลับเข้ามา ก่อนอื่นเลยคือเส้นบน (top line) ของเหล็ก และส่วน leading edge ของเทคโนโลยี Speed Pocket ที่บางลงมา 33% จากความหนา 1 มิลลิเมตร คุณสมบัติของเหล็กก็ถูกทำให้ตื้นขึ้นมาเพื่อลดสัดส่วนของวัสดุด้านบนลูกกอล์ฟขณะกระทบลูก ท้ายที่สุด เทคโนโลยี Fluted Hosel จากเหล็กรุ่นก่อนถูกทำให้บางลง โดยมีส่วนที่กว้างขึ้น 6 ส่วนแทนที่จะเป็น 8 ส่วนเหมือนเวอร์ชั่นก่อนหน้า การทำแบบนี้ช่วยจำกัดน้ำหนักได้อีก 2 กรัมด้านบนสุดของน้ำหนัก 3 กรัมส่วนเหล็กต้นฉบับจำกัดน้ำหนักได้มากกว่า hosel ทั่วไป และสิ่งเล็กๆเหล่านี้เองที่ทำให้เกิดความแตกต่าง ผลลัพธ์ที่ได้คือ จุดศูนย์ถ่วง (CG) ถูกลดต่ำลงมา 1.2 มิลลิเมตร ฟังดูเหมือนไม่มากเท่าไร แต่มันคิดเป็น 7% ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอยู่มากเช่นกัน เทคโนโลยี Speed Pocket ที่นำไปใช้กับเหล็ก 4 ถึง 7 ถูกผลิตออกมาให้บางลงกว่าเดิมและสูงกว่า 2 มิลลิเมตร หรือสูงขึ้นมา ประมาณ 20% ทั้งนี้เพื่อเพิ่ม Ball Speed ให้สูงขึ้นทั่วทั้งหน้าเหล็ก อย่างไรก็ดี คุณสามารถเห็นคุณสมบัติ forgivenness ที่มาจากเทคโนโลยี Face Slots ได้ที่เหล็ก 4 ถึง 8 ในอีกด้านหนึ่งของตำแหน่ง hitting area ในอดีตไม้หัวเหล็กถูกสร้างขึ้นมาให้มีเสียงที่กลวงแต่เหล็ก 2017 M2 ตัวนี้ได้ลดเสียงนี้ลงไปให้เหลือน้อยที่สุด แต่ก็ยังคงมีอยู่บ้าง

    เสียงที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ เนื่องจากมีริ้ว (ribs) ทอดข้ามไปทางด้านหลังของ Cavity ตั้งแต่ synthetic badge ไปจนถึงด้านใต้ของ Top edge ริ้ว (ribs) บน Top Edge ดูจะถูกจัดในรูปแบบสุ่ม แต่จริงๆแล้วได้ถูกจัดอย่างตั้งใจเพื่อทำให้หน้าไม้แข็ง (stiffen) และเพิ่มคุณภาพเสียงและความรู้สึกที่ได้ เพื่อตอบสนองสัมผัสที่มือขณะจับ และเสียงขณะที่ตี
    การปรับปรุงนี้สามารถสังเกตเห็นได้ เหมือนอย่างในอดีต ที่การเปลี่ยนแปลงจากเหล็ก Slotted ไปเป็น non-Slotted ในชุดไม้เป็นสิ่งที่สังเกตเห็นได้ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ทั้งชุดไม้ดีขึ้นจริงๆหรอกครับ จนปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงอย่างนั้นยังคงอยู่ แต่ค่อนข้างจะสังเกตเห็นได้ยากกว่า และดูเหมือนเหล็ก M2 2017 ที่ดูมาเป็นเหล็กชุดสำเร็จรูปแล้วด้วย เหล็กและเวดจ์ที่สั้นลง ไปจนถึง Sand Wedge จะมีรูปแบบไม้ cavity back แบบดั้งเดิม ที่มีโพรง (cavity) อยู่ทางด้านหลัง ทำให้ไม้กอล์ฟมีรูปแบบเหมือน cavity back และ blade hybrid ความรู้สึกที่ได้จากหัวเหล็กนี้ยังคงดีอยู่ แต่นักกอล์ฟบางท่านอาจเลือกเวดจ์ของ TaylorMade ในระยะสั้นแบบนี้ ส่วนของ Sole ทำออกมาได้ค่อนข้างกว้าง แต่ในความเป็นจริงแล้วดูเล็กกว่าในภาพ แต่มุมเอียง (bevel) ทั้งสามจุดช่วยให้ leading edge (ขอบล่างสุดของใบ) หวดลงไปที่หญ้า (turf) ได้อย่างง่ายดาย และอีกด้านหนึ่งของจุดศูนย์กลาง มุมด้านหลังของใบเหล็ก (trailing edge) ถูกเจียรให้มน เพื่อให้ง่ายต่อการเล่น และจำกัดน้ำหนักให้ต่ำลง
    ทางด้านการตลาดที่มีจุดขายเพื่อระยะการตีที่เพิ่มขึ้น ในมุมมองของการจรด ถือว่าง่ายต่อการเล่นอย่างมาก และมี offset ของใบเหล็ก ที่มีขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักกอล์ฟมือสมัครเล่น เวดจ์ค่อนข้างมีความกะทัดรัดสำหรับระยะต่างๆ และความกว้างครอบคลุมลูกกอล์ฟได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่จะเห็นเหล็กที่ดูเล่นง่ายสำหรับชุดเหล็กมือสมัครเล่นแบบนี้ จากมุมจรดนี้คุณจะเห็นเทคโนโลยี fluted hosel ได้ชัดเจน แต่หากนั่นกวนใจคุณ แสดงว่าคุณอาจเหมาะกับเหล็กรุ่นอื่น ส่วนทางด้านรูปลักษณ์ เหล็กย้อมสีด้วยโครเมียม ที่ดูคลาสสิกกว่าสีดำในรุ่นก่อนหน้านี้ และทำให้เหล็ก M2 ตัวนี้ดูดีไปอีกนาน มีการเพิ่มขนาดและ offset ของเหล็กขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ง่ายต่อการตี และเหล็ก 4 มีหน้าไม้ที่ใหญ่และทรงพลังที่ทำหน้าที่เกือบจะคล้ายหัวไฮบริด โดยในตอนเปิดตัวระดับโลกในอเมริกา ผมได้เห็น Dustin Johnson ตีลูกตกที่ 264 หลา!
-ท่านนักกอล์ฟจะพบว่าเหล็ก 2017 M2 นี้ให้ความสูงของลูกเป็นอย่างดี บางทีอาจจะสูงกว่าไม้กอล์ฟทั่วไป เหมือนอย่างที่องศาเหล็ก 4 ที่ 19o และเวดจ์ ที่ 43.5o ความรู้สึกโดยรวมถูกสนับสนุนโดยก้านเหล็กคุณภาพเยี่ยม FST Reax HL 88 steel shaft ที่มีคุณสมบัติเบา เสถียร และเข้ากับโปรไฟล์ของเหล็ก M2 เป็นอย่างดี Forgiveness ถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว ซึ่งอยู่ในส่วน toe และด้านนอกของหน้าไม้ที่ช่วยรักษาความเร็วได้อย่างมากในรูปแบบเหล็กตัวใหม่นี้ โดยรวมแล้ว เหล็ก 2017 M2 มีความผิดพลาดเล็กน้อยที่คุณควรคำนึงถึงหากคุณเป็นนักกอล์ฟที่มีแฮนดิแคปสูงๆ
    คุณจะเห็นได้ว่าเหล็กชุดนี้มีความพิถีพิถันในการผลิตอย่างมาก ดังที่มันแสดงออกมาในเสียง และความรู้สึกที่ได้ ซึ่งดีกว่าเหล็กชุดก่อนหน้านี้อย่างมาก และได้ผสมผสานการผลิตหัวไม้หลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน เทคโนโลยี Face Slot ที่นำกลับมารื้อฟื้นอีกครั้ง ได้ให้ forgiveness กับเหล็กชุดนี้เพิ่มมากขึ้น ทำให้เป็นหนึ่งในหน้าเหล็กที่เร็วที่สุดในช่วงนี้

GolfBank Tokyo

สนใจไม้กอล์ฟ คลิกที่นี่

GolfBank Tokyo

-รีวิวไม้กอล์ฟ
-, , , , , , ,

執筆者:


comment

メールアドレスが公開されることはありません。 * が付いている欄は必須項目です

関連記事

รีวิวไม้กอล์ฟชุดเหล็ก Callaway Steelhead XR Pro Irons

รีวิวชุดเหล็ก Callaway Steelhead XR Pro Irons     ดังที่ผมคาดการณ์ไว้ในรีวิวชุดเ …

รีวิวไม้กอล์ฟ Callaway Apex Hybrid

รีวิวไม้กอล์ฟ Callaway Apex Hybrid     สำหรับhybrids นั้นมีการแบ่งออกเป็น 2 ประเ …

รีวิวไม้กอล์ฟ Odyssey O-Works ’17 Putter

Odyssey O-Works ’17 Putter Review รีวิวพัตเตอร์ Odyssey O-Works’ 17     เม …

รีวิวไม้กอล์ฟCallaway Great Big Bertha Epic Fairway

รีวิวไม้กอล์ฟ Callaway Great Big Bertha Epic Fairway – แฟร์เวย์วูด Callaway Great Big Bertha E …

รีวิวไม้กอล์ฟ Titleist 718 “AP3”

รีวิวไม้กอล์ฟ Titleist 718 “AP3” ใหม่ล่าสุด Titleist 718 “AP3” ตีได้ไกลที่สุ …

GolfBank Tokyo

GolfBank Tokyo