รีวิวไม้กอล์ฟ

เปรียบเทียบคุณภาพและเปรียบเทียบราคา

รีวิวไม้กอล์ฟ

รีวิวไม้กอล์ฟ Cobra King F7, F7 Ti, F7+ Driver

投稿日:01/08/2017 更新日:

GolfBank Tokyo

Cobra King F7, F7 Ti, F7+ Driver Review

รีวิวไดร์เวอร์รุ่น Cobra King F7, F7 Ti และ F7+

    ไดร์เวอร์รุ่น Cobra King F7 มีลูกเล่นที่หลากหลาย ที่พร้อมจะส่งลูกกอล์ฟทะยานขึ้นฟ้าในองศาที่ต่างกัน  เพื่อให้เข้ากันได้ในการออกรอบของคุณ ไดร์เวอร์รุ่น Fly Z+ และ King F6 ก่อนหน้านี้ใช้กลไก flipping หรือ sliding ที่หลายรูปแบบเพื่อเคลื่อนน้ำหนักไปข้างหน้าหรือข้างหลังใต้พื้นผิวส่วนล่างของเหล็ก ผู้เล่นจึงสามารถปรับตำแหน่ง CG (Center of Gravity: จุดศูนย์ถ่วงของวัตถุ)ของไม้เพื่อเพิ่มแรงสปินลูกโดยการเลื่อนไปข้างหลัง หรือลดแรงสปินโดยการเลื่อนไปข้างหน้าได้ ด้วย loft 3° ใน 5 เซ็ต บวกกับเทคโนโลยี Myfly8  ทำให้นักกอล์ฟมีสมดุลที่ดีที่จะเพิ่มระยะการตีได้ไกลที่สุด
    เทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้จะเห็นได้ว่า ไดร์เวอร์ Standard King F7 ได้ใช้แนวคิดดั้งเดิมในการมีสกรู3 ตัวอยู่ใต้เหล็ก ซึ่งช่วยให้ประหยัดแรงในการตีได้มาก โดยไม่ต้องพึ่งระบบ weight sliding/ weight flipping  ถึงแม้จะผลิตไม้ด้วยคาร์บอนเหมือนรุ่น King F6 ก็ตาม    ตัวถ่วงน้ำหนักที่ใช้ คือ 12 กรัม แทนที่จะเป็น 10 กรัมเหมือนรุ่นก่อน นอกจากนี้ ไดร์เวอร์ King F7 มีตัวถ่วงน้ำหนัก 12 กรัม  อยู่ในตำแหน่ง Draw position ไปทางส่วนที่งอของปลายไม้(heel) ส่วนตัวถ่วงน้ำหนักอีก 2 กรัมจะอยู่ที่ front Low และ back High    ตัวถ่วงน้ำหนักสีนี้อาจไม่สวยงามอะไรมากนัก แต่รับรองได้ว่าฟังก์ชั่นของมันช่วยให้คุณมีทางเลือกมากขึ้นในการตีของคุณอย่างแน่นอน

    เมื่อนำไดร์เวอร์ King F7 ไปทดสอบกับ SkyTrak   เครื่องเซ็นเซอร์กอล์ฟซิมูเลเตอร์ เผยให้เห็นถึงตัวถ่วงน้ำหนัก 3 จุดส่งผลต่อวิถีการโค้งของลูกกอล์ฟ   ด้วยองศาหน้าไม้ 10.5 องศา และน้ำหนัก blue weight ที่ตำแหน่ง Draw Position   ทำให้ผมมีระยะเหลือเฟือพร้อมกับมีการตั้งค่าไม้ให้เป็น Draw-bias หน่อยๆ แต่ไม่ได้มากขนาดที่ลูกจะหายไปทางไหล่ซ้ายคุณ  ด้วยการถ่วงน้ำหนักที่ตำแหน่ง Front low  ทำให้ไม้มีความเด่นในเรื่องการสปินใต้ลูกและการลอยสูงของลูก  โดยรวมแล้วนับว่าเป็นระยะการตีที่ไกลที่สุด แต่หากมองลึกในรายละเอียด จะเห็นว่าระยะที่ลูกตกพื้น(carry)จะสั้นกว่าการตีลูกที่ลอยต่ำกว่า
    โดยส่วนตัว ผมพอใจกับส่วน rear High ของไม้มากทีเดียว    ทั้งการส่งลูกกอล์ฟให้ลอยสูง (higher launch) และการออก Draw ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ได้ในเรื่องของการลอยของลูก และความรู้สึกในการกระทบลูก  มันน่าทึ่งนะครับที่การปรับตัวถ่วงน้ำหนัก 10 กรัมรอบหัวไม้ ที่เคลื่อนที่ในความเร็ว 98 ไมล์/ชั่วโมง จะให้ความรู้สึกที่ดีแบบนี้  บางทีคุณอาจมีความรู้สึกอย่างลองปรับการตั้งค่าไม้เป็นอย่างอื่น แต่ต้องขอบคุณที่การตั้งค่าที่ให้มาจากโรงงานนั้นดีอยู่แล้ว
    สำหรับผมแล้ว ระยะการตีอาจไม่ได้เด่นสักเท่าไร แต่สำหรับคนอื่นๆระยะอาจต่างไปตามการปรับถ่วงน้ำหนัก ยิ่งถ้าปรับตัวถ่วงน้ำหนักที่เข้ากับคุณ คุณอาจได้ระยะการตีที่ดีที่สุด ไดร์เวอร์ King F7 ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ติดตามลูก Cobra Connect GPS tracking device  ที่ติดตั้งเข้ามาในกริบไม้ ซึ่งหากคุณเคยเห็น เซนเซอร์ของไดร์เวอร์ Arccos  คุณจะรู้ว่ามันคล้ายกันมากทีเดียว โดยทั่วไปแล้ว จะใช้มือถือของคุณ และการเชื่อมต่อ Cobra Connect ในกริบไม้เพื่อระบุตำแหน่ง GPS ของลูกเมื่อตีออกไป  โดยตรวจจับการตีลูกอย่างแม่นยำ และบอกช็อตต่อไปของการเล่น ทั้งนี้เพื่อวัดระยะทางทั้งหมดที่ไดร์เวอร์ King F7 พาคุณออกรอบ ต่อมาจะมีวิดีโอแนะนำจากมือกอล์ฟจาก Cobra tour อย่าง Rickie Fowler ถึงวิธีการแก้ตี Fade หากลูกคุณออกมาทางฝั่งขวาของ fairway มากเกินไป  ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ชาญฉลาดมากสำหรับกอล์ฟคลับ และยังน่าสนใจว่าจะได้กระแสตอบรับดีหรือไม่ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องดีที่เห็น Cobra พยายามที่จะคิดนอกกรอบออกมา บริเวณหัวไม้ คือ Smart Pad  ที่ช่วยในเรื่องของวงสวิง เวลาที่คุณต้องการเปลี่ยนองศาเพื่อสร้างสวิงที่ดี

หัวไม้กอล์ฟยังคงทำมาจาก คาร์บอนไฟเบอร์ ของ TeXtreme ที่เบากว่าไทเทเนียม 20%  ทำให้ประหยัดลงได้มากกว่า และเคลื่อนลงไปใต้ตำแหน่ง CG ต่ำกว่า
วัสดุหน้าไม้ยังคงความดั้งเดิมจากรุ่น E9  ที่รู้จักกันดีในเรื่องความหนาของหน้าไม้ที่เปลี่ยนแปลงได้  ทำให้ช่วยลดการสูญเสียความเร็วจากกการตีไม่ถูกกลางหน้าไม้ ด้านของสี มีให้นักกอล์ฟเลือกอยู่ 3 รูปแบบสีด้วยกัน  ได้แก่ สีดำแบบของนักกอล์ฟ Bryson DeChambeau  สีดำปนส้มแบบ Rickie Fowler และสีเงินสำหรับนักกอล์ฟทั่วไป ทาง Cobra กล่าวว่า หน้าไม้ของ F7 นั้นกว้างกว่า King F6 5% และยังกว้างกว่ารุ่น King LTD อีกด้วย

รีวิวไดร์เวอร์ Cobra King F7+

GolfBank Tokyo

อย่างไรก็ตามหาก Space Ports ยังไม่ใช่ตัวคุณ ถ้าอย่างนั้นมาลอง Cobra รุ่น King F7+ ที่มีความเร็วการสวิงสูงกว่าสำหรับผู้ที่ต้องการแรงสปินเพียงนิดเดียว

ปริมาตรหัวไม้ 455cc สูงกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ และความกว้างจากหลังมาหน้าที่สั้นกว่า ทำให้ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงเลื่อนไปข้างหน้าและเกิดการสปินได้น้อยกว่า ด้วยปริมาณของหัวไม้ที่ต่างกันมากกว่า 5cc  ขณะยืนเข้าจด (address) และรูปแบบสไตล์ matte finish  ทำให้ไดร์เวอร์ F7+ จึงเป็นทางเลือกที่ให้ความเก๋ไก๋ในตระกูล F7  อีกทั้งยังมีตัวถ่วงน้ำหนักหลากสีที่มีสไตล์เป็นของตัวเองอีกด้วย ส่วนความต่างอื่นๆ เทคโนโลยี MyFly 8 hosel  ทำให้ปรับองศาหน้าไม้ได้ อยู่ที่ 8 – 11 องศา ทำให้มีการสปืนลูกที่ต่ำและความเร็วของลูกที่สูง
    หากเทียบหัวไม้ไดร์เวอร์ King F7 กับ กับ King F7+ ด้วย เครื่อง SkyTrak จะเห็นความต่างของวิถีการโค้งของลูกเมื่อหน้าไม้มากระทบ  เพื่อให้เท่าเทียมกัน ผมจึงปรับองศาทั้งสองหัวเป็น 10.5 องศา ใช้ heavy weight และปรับค่าเป็น High setting ที่ด้านหลังไม้เหมือนกัน การตั้งค่านี้อาจไม่ใช่ที่สุดสำหรับผม แต่ผมอยากจะให้คุณดูความแตกต่างของประสิทธิภาพทั้งสองหัวไม้เมื่อปรับค่าเหมือนกัน

    ไดร์เวอร์ King F7 + สปิน  ได้ระยะตก (carry) ที่น้อยกว่าแต่กลิ้ง (roll) ไปไกลกว่า ซึ่งเมื่อเทียบกันระยะที่ได้ก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก นี่แสดงให้เห็นทางเลือกที่คุณมีต่อทั้งสองหัวไม้ และคุณอาจจะต้องใช้แรงสวิงเกินกว่า 100 ไมล์/ชั่วโมง เพื่อดึงเอาประสิทธิภาพของ King F7 ออกมาให้ได้มากที่สุด โดยตอนที่ผมตีนั้น แรงสวิงผม 97 ไมล์/ชั่วโมง และเห็นได้เลยว่ามันต้องการแรงมากกว่านั้นเพื่อตีลูกออกไปให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นสำหรับตัวผมเองแล้ว ด้วยเรื่องรูปทรงและประสิทธิภาพที่ทดสอบก่อนหน้านี้  King F7+ คงยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ใช่สำหรับผมสักเท่าไร แต่คงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ไม่เน้นการสปินของลูกมากนัก

รีวิวไดร์เวอร์  King F7 Ti
หากคุณไม่อยากหรือไม่ต้องการยุ่งยากที่จะจัดการกับน้ำหนักของหัวไม้ด้วยตัวคุณเอง   Cobra ยังมีไดร์เวอร์ที่เป็น 811 ไทเทเนียมทั้งหมด ในตระกูล King F7 ที่มีการปรับแก้น้ำหนักในตัวมันเองอยู่แล้ว ไดร์เวอร์ King F7 Ti มีความยาวกริบพื้นฐานที่ 45 นิ้ว  ซึ่งผมชอบมากกว่า เพราะว่ามันให้ระดับความเร็วในการตีอยู่ในระดับดีเมื่อทดสอบกับ SkyTrak test ตอนที่ทดสอบกับ SkyTrak   ระยะทางก็น้อยกว่ารุ่นอื่นๆเพียงเล็กน้อย มีการสปินที่คล้ายกันและส่งลูกขึ้นสูงกว่ารุ่นอื่นๆเล็กน้อย  จึงเป็นเรื่องที่คุ้มค่าที่จะดูว่า  ถ้าคุณจะเลือก standard  King F7  มันจะคุ้มกับระยะทางและอุปกรณ์ Cobra Connect แลกมากับเงินกับเงิน 50 ยูโรที่เพิ่มขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งหากไม่คุ้มกันคุณก็อาจจะต้องเลือกตัว King F7 Ti ที่มีรูปร่างสวยงามและรูปลักษณ์โดยรวมดีกว่ารุ่น standard King F7  
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบลักษณะการตี Draw ของไม้ คุณสามารถใช้เทคโนโลยี MyFly8 hosel เพื่อปรับองศาไม้ F7 Ti ตามที่ต้องการให้ตีได้สูงขึ้นกว่าไม้รุ่น F7 ทั่วไป เพียงจรดไม้แบบ De-loft จะทำให้หน้าไม้เปิดหน่อยนึงเพื่อทำการตั้งฉาก (square up) และได้ระยะการลอยสูงเหมือนกับรุ่น F7
    ถ้าจะให้เลือกสำหรับไม้ทั้งสองตัวนี้  ผมคงโอนเอียงมาทาง standard King 7 มากกว่า King 7 Ti  เพราะด้วยรูปลักษณ์ที่เข้ากับสไตล์ของผม และการปรับตัวถ่วงน้ำหนักที่ละเอียด ตัวเสียงกระทบที่ไพเราะกว่า และออฟชั่นการเชื่อมต่อ Cobra Connect ไดร์เวอร์ King F7 ก็เป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการที่ละเอียดอ่อนจาก Cobra ที่ส่งมอบการเล่นกอล์ฟ เพื่อให้ง่ายสำหรับคุณ และทางเลือกในการปรับองศาไม้ที่ละเอียดอ่อนตามความต้องการ

สนใจไม้กอล์ฟ คลิกที่นี่

ที่มาของภาพ :http://www.cobragolf.com/f7-family

GolfBank Tokyo

-รีวิวไม้กอล์ฟ
-, , , , , , ,

執筆者:


comment

メールアドレスが公開されることはありません。 * が付いている欄は必須項目です

関連記事

รีวิวไม้กอล์ฟTaylorMade M1 2017 Fairway

TaylorMade M1 2017 Fairway Review     ในตระกูลMนั้นM1 มีออพชั่นการปรับย้ายน้ำหนั …

รีวิวไม้กอล์ฟ Odyssey O-Works ’17 Putter

Odyssey O-Works ’17 Putter Review รีวิวพัตเตอร์ Odyssey O-Works’ 17     เม …

รีวิวไม้กอล์ฟ Cobra King Oversize Irons

รีวิวไม้กอล์ฟ Cobra King Oversize Irons      บางคนกล่าวว่าขนาดมีความสำคัญ ถ …

รีวิวไม้กอล์ฟ HONMA BERES E/IE-05

รีวิวไม้กอล์ฟ HONMA BERES E/IE-05     พัฒนาประสิทธิภาพให้ล้ำขึ้นไปอีกขั้นกับ BER …

รีวิวไม้กอล์ฟ HONMA TOUR WORLD TW-W เวดจ์

รีวิวไม้กอล์ฟ HONMA TOUR WORLD TW-W เวดจ์     “Tour World TW-W” เวดจ์รุ่นที่ 3 เ …

GolfBank Tokyo

GolfBank Tokyo